|
ครอบครัว
Kogiidae
วาฬหัวทุยหัวเล็ก |
|
 |
วาฬทุยหัวเล็ก
[Phgmy sperm whale] : Kogia breviceps [de BLAINVILLE,1838]
เราพบวาฬหัวทุยเพศผู้ยาว
2.52 เมตร
ตายเกยหาดเชิงทะเลเมื่อ
12
กุมภาพันธ์
2537
และวาฬหัวทุยเพศเมีย
ยาว 2.76 เมตร
ตายเกยตื้นหน้าหาดท้ายเหมือง
อ.ท้ายเหมือง
จ.พังงา
เมื่อวันที่
14 ตุลาคม 2538
ขณะเข้ามาเกยฝั่งซึ่งยังมีชีวิตอยู่และเสียชีวิตในเวลาต่อมาค่ะ
|
 |
วาฬทุยหัวแคระ
[Dwarf sperm whale] : Kogia simus [OWEN ,1866]
โตเต็มที่ยาวเพียง
2.7 เมตรค่ะ
เราพบเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ตายเกยหาดป่าตอง
จ.ภูเก็ต
เมื่อวันที่
22 กรกฎาคม 2530
เพศผู้
ขณะมาเกยตื้นยังมีชีวิตอยู่
แต่อ่อนแอมากไม่สามารถว่ายน้ำได้ค่ะ |
| |
ครอบครัว
Ziphiidae
วาฬชนิดมีจงอยปาก
[ Beaked whale] |
| วาฬฟันเขี้ยว
[Ginkgo toothed whale] : Mesoplodon ginkgodens [NISHIWAKI and
KAMIYA,1958]
ประเภทนี่เราพบตอนที่บาดเจ็บมาเกยตื้นหาดป่าตอง
เมื่อวันที่
7 มิถุนายน
2531 ยาว 2.08 เมตร
คาดว่าเป็นคุณลูกค่ะ
ซึ่งเมื่อเทียบกับขนาดโตเต็มที่ของวาฬชนิดนี้ความยาวถึง
5 เมตรค่ะ |
 |
| ครอบครัว
Delphinidae :
ครอบครัวโลมาและวาฬ |
|
 |
โลมาอิระวดี,หัวบาตร
[Irawaddy dolphin] : Orcaella brevirostris [GRAY,1866]
ตัวเค๊าจะมีสีน้ำเงินเทาด้านหลัง
หัวกลมมนน่ารักค่ะ
เราจะพบทั้งในน้ำทะเล
น้ำกร่อย
และขึ้นไปถึงน้ำจืด
บริเวณแม่น้ำโขง
จังหวัดอุบลราชธานี
แม่น้ำสาละวิน
จังหวัดแม่ฮ่องสอน
และในทะเลสาบสงขลาทางฝั่งอ่าวไทยค่ะ |
| โลมาเผือก,หลังโหนก
[Indo-Pacific hump-backed dolphin] : Sousa chinensis
[OSBECK,1765]
ตัวเค๊าจะเล็กมีสีจางเหมือนเผือก
ครีบหลังจะเป็นสันนูนสูง
ชอบว่ายเที่ยวเล่นตามชายฝั่ง
ตัวโตเต็มที่คุณพ่อจะยาว
3.2 เมตร
คุณแม่ยาว
2.5 เมตร
ส่วนคุณลูกแรกเกิดยาวเพียงประมาณ
1 เมตรค่ะ
จากการสัมภาษณ์พบทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามันและจาก
Anderson and Kinze [1995]
เราพบครอบครัวตัวอย่างจำนวน
11 ตัว
ซึ่งตายและถูกจับได้โดยเครื่องมือประมงในอ่าวไทยค่ะ |
 |
 |
โลมาปากขวด
[ Bottlenose dolphin] ; Tursiops aduncus [ EHERENBERG,1832
มีสีน้ำเงินเข้มอมเทา
สีจางหรือบางครั้งอมชมพูด้านท้อง
รูปร่างอวบน่ารักมาก
เราจะพบบ่อยขณะที่ออกทะเลเพราะคุณเธอชอบว่ายน้ำแข่งกับเรือขณะที่เดินเรืออยู่ในทะเล
ตัวโตเต็มที่
ยาว 2.3-3.1 เมตร
และ 1.9-2.3 เมตร
ในไทยที่พบจะอยู่ในกลุ่ม
T. aduncus [ Evens,1981]
ลักษณะเด่นของเค๊าคือมีจุดสีเทาเข้มประปรายตามลำตัวด้านข้างและด้านท้อง
|
| โลมาธรรมดา
(ชนิดปากยาว)
[common dolphin ] : Delphinus capensis [GRAT,1828]
เราเคยพบที่สมุยซึ่งมากันเป็นครอบครัวเมื่อปี
พ.ศ. 2516ค่ะ |
 |
 |
โลมาฟันห่าง
[Rough-toothed dolphin] : Steno bredanensis [LESSEN,1828]
ครอบครัวนี้จะอาศัยอยู่ในทะเลเปิด
ไม่ค่อยได้พบตามชายฝั่งเท่าไหร่
ในน่านน้ำไทยพบตัวอย่างโลมาฟันห่างบาดเจ็บมาเกยตื้นบริเวณอ่างฉลอง
จ.ภูเก็ต
เมื่อวันที่
30 สิงหาคม 2536
และเสียชีวิตในที่สุด
จากนั้นเราก็พบเพศผู้และเพศเมียติดอวนลอยโดยบังเอิญเมื่อวันที่
17 เมษายน 2538
บริเวณปากอ่าวพนัง
อำเภอสิชล
จังหวัดนครศรีธรรมราช
เพศผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ส่วนเพศเมียได้รับดารอนุบาลจนแข็งแรงก็ถูกส่งกลับบ้านในโลกสีครามต่อไปค่ะ |
| โลมากระโดด
[Spinner dolphin] : Stenella longirostris [GRAY, 1828] รูปร่างจะเพรียวปากค่อนข้างเล็กเรียว
จึงดูคล้ายมีปากยาวกว่าโลมาในชนิดอื่น
ลำตัวสีน้ำเงินเข้มด้านหลังมีแนวแบ่งสีจางข้างลำตัว
แถบมีเข้มพาดจากตาจรอครีบข้าง
เท่ห์ไม่หยอกเลย
โดเต็มที่ยาว
2.1 เมตร
ตั้งท้อง10
เดือนเมื่อขนาดถึงวัยผสมพันธ์ในความยาว
1.7 เมตร
เมื่อวันที่
19 พฤษภาคม 2536
มาเกยตื้นที่หาดป่าตอง
อ่อนแอแต่เมื่อได้รับการปฐมพยาบาลพักฟื้นก็ปล่อยกลับลงทะเล
แต่สักครู่ใหญ่ก็ว่ายกลับมาชายฝั่งอีก
เป็นเช่นนี้หลายครั้งจนใกล้มืดจึงว่ายน้ำหายไปโดยปลอดภัยในที่สุดค่ะ…… |
 |
 |
โลมาแถบ
[Striped do;phon] : Stenella coeruleoalba [ MEYEN,1833]
เธอมีลักษณะคล้ายโลมากระโดด
แต้จะป้อมอ้วนกว่า
สีสวยมากคือหลังสีน้ำเงินเข้มจางลงข้างลำตัว
แถบสีเข้มจากตาตรงไปถึงโคนครีบข้าง
แนวสีน้ำเงินเข้มและจางตัดกันเป็นลายแหลมข้างลำตัว
เป็นลายรูปตัววีแถบสีเข้มเป็นแนวจากลูกตาไปตามข้างลำตัวและโค้งลงตรงบริเวณช่องก้น
ด้านท้องขาว
ลูกโลมาแถบแรกเกิดยาวประมาณ
1
เมตรและหย่านมตอนอายุประมาณ
18 เดือน
โตเต็มที่
ยาว 2.7
เมตรแม่จะใช้เวลาตั้งท้องนาน
12 เดือน
เราพบโลมาชนิดนี้ตอนเสียชีวิตเกยตื้นที่หาดป่าตอง
จ.ภูเก็ต
เมื่อวันที่
8 สิงหาคม 2535เพศผู้
ยาว 1.97 เมตร
ได้นำตัวอย่างจำลองด้วยไฟเบอร์กล๊าส
ส่วนซากเก็บรักษาไว้ที่สถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล
จ.ภูเก็ตค่ะ |
| โลมาลายจุด
[Spotted dolphin ] : Stenella attenuate [GRAY, 1846]
เราพบทั้งหมด
3 ตัวอย่าง
ที่จ.สงขลา,
ภูเก็ต,และ
กระบี่ค่ะ |
 |
 |
วาฬหัวแตงโม
Melonheaded whele] : Peponcephala electra [Gray , 1846]
รูปร่างค่อนข้างใหญ่มีอปนิสัยหากินอยู่เฉพาะทะเลลึก
ดังนั้นจะหาตัวเค๊ายากหน่อย
เคยมีรายงานว่าพบเพียงตัวเดียวซึ่งเป็นซากสต๊าฟที่สถานีประมงทะเล
จ.สงขลาค่ะ |
| วาฬนำร่องครีบสั้น
[Shoetfined pilot whale] : Globicephala macrorhynchus
[Gray,1846]
เราพบเพียงครั้งเดียวเมื่อวันที่
4
พฤศจิกายน
2536
ไม่ทราบเพศ
อยู่ในสภาพที่อ่อนแอ
มาเกยตื้นที่หาดนราทัศน์
จ.
นราธิวาส
เจ้าหน้าที่ประมงจัวหวัดและชาวประมงในบริเวณนั้นได้ช่วยเหลือจนกลับสู่ทะเลได้ในที่สุด
………ขอบคุณค่ะที่ได้ช่วยอนุรักษ์ไว้ซึ่งได้เก็บเพียงภาพถ่ายเอาไว้เท่านั้นเองที่ประมงจังหวัดนราธิวาส |
 |
|

|
วาฬเพชรฆาต
[killer whale] : Orcinus orca [LINNAEUS,1758]
เราพบฝูงวาฬเพชรฆาตทางฝั่งทะเลอันดามัน
2 ครั้ง
และในอ่าวไทย
1 ครั้ง
ขณะที่ว่ายน้ำอยู่ไม่ห่างเรือนักท่องเที่ยวนักเมื่อวันที่
25 มีนาคม 2536
บริเวณเกาะสิมิรัน
จำนวนประมาณ
30 ตัว
วันที่
19 กันยายน 2537
วาฬเพชรฆาตจำนวน
4 ตัว
เพศผู้ 1เพศเมีย
3
บริเวณเกาะไม่ท่อน
จ.ภูเก็ต
และต้นปี 2538
พบวาฬเพชรฆาตว่ายน้ำอยู่บริเวณเกาะเต่า
จ.สุราษฎร์ธานีค่ะ
|
| วาฬเพชรฆาตดำ
[False Killer whale] : Pseudorca crassidens [OWEN,1846]
หลักฐานตัวอย่างพบซึ่งสียชีวิต
3 ตัว
เมื่อเดือนกุมภาพันธ์
2535
เป็นซากสตั๊ฟเพศผู้
ยาว 3.57 เมตร
หนัก 520
กิโลกรัมที่ศูนพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง
จ.ประจวบคีรีขันธ์
เพศเมียตายเกยตื้นที่แหลมงอบ
จ.ตราด
เมื่อวันที่
7 กรกฎาคม 2537
เก็บซากสตั๊ฟที่
จ.ระยอง
และเพศเมียยาว
3.46
เมตรตายเกยตื้นที่
อ.กาญจนดิษฐ์
จ.สุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่
24 สิงหาคม 2537 |
 |
| |
ครอบครัว
Pocoenidae : True popoise |
|

|
ครอบครัวนี้มีโลมาหัวบาตรหลังเรียบ
[Finless porpoise] : Neophocoena phocoenoides [CUVIER,1829]
เท่านั้นเองค่ะ
ลักษณะคล้ายกับโลมาหัวบาตรอิระวดีมาก
พบเพียง 2
ตัวอย่างเป็นซากตายเกยตื้นที่จังหวัดตรัง
เท่านั้นค่ะ |
นอกจากนี้ยังมี
เพื่อนปลาวาฬ
และโลมาอีก
3
ตัวให้เราได้รู้จักอีก......... |
|
|

|
วาฬเพชรฆาตเล็ก
[ Pygmy killer wheal] : Feresa attenuata
ซึ่งเธอมีความยาวเต็มที่
2.6 เมตร |
|
ปลาวาฬคูเวียร์
[Cuvier's beaked whale] : Zimpius carviostris
ปลาวาฬคูเวียร์
เธอจะมีขนาดที่
7.5 เมตร |
 |
|

|
ปลาโลมา
เฟรเซอร์ [
Fraser's dolphin] : Lagenodelphins hosei
สัดส่วนเธออยู่ที่
2.7 เมตร |
|
|
|