marinewave95.com มีหลากหลายเรื่องราว ที่เกี่ยวกับชาววิทยุ และชาว Net จ๊ะ ลองแวะเที่ยวเยี่ยมเยียนให้ทั่วล่ะ.....>>>

กลับไปหน้าแรก เกี่ยวกับเรา นักจัดรายการ เขียนสมุดเยี่ยม อ่านสมุดเยี่ยม ติดต่อโฆษณา รวม LINK

พะยูน

 เต่า   

มารู้จักกับครอบครัวของปลาโลมา และปลาวาฬในประเทศไทย

โลมาและวาฬเป็นสัตว์เลือดอุ่นเลี้ยงลูกด้วยนมที่เคยอาศัยอยู่บนบกจำพวก Mesonyx มีรูปร่างคล้ายหมาผสมหนูและมีวิวัฒนาการไปอาศัยอยู่ในน้ำเมื่อประมาณ 45 ล้านปีมาแล้วค่ะ โดยมีการปรับตัวหลายประการเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยูาในโลกสีครามได้ แม้ว่าสัตว์น่ารักเหล่านี้จะมีสายตารับภาพได้ดีทั้งบนบกและในน้ำ แต่ไม่มีประสาทในการรับกลิ่น จมูกจึงอยู่บนหัวเพื่อที่จะใช้หายใจเมื่ออยู่บนผิวน้ำ และจัดว่าเป็นสัตว์สังคมที่มีครอบครัวใหญ่และผูกพันธ์กันในท้องทะเลสีครามครอบครัวหนึ่งก็ว่าได้โดยจะอยู่รวมกันเป็นกลุ่มค่ะ สื่อสารและหาอาหารกันโดยใช้สัญญาณเสียงที่สะท้อนกลับมา [Echo] และการส่งสัญญาณคลื่นเสียงช่วงความถี่ตั้งแต่ 0-300 Hz กันในแต่ละชนิด ซึ่งสามารถส่งกันได้ไกลถึงหลายสิบกิโลเมตร [Evans , 1987]ทีเดียวค่ะ    

ครอบครัววาฬชนิดไม่มีฟัน (กลุ่ม Rorquals whale วาฬที่มีอกเป็นร่องๆ) ได้แก่

วาฬฟิน [ Fin Whale ] : Balaenoptera physalus

[ LINNAEUS,1758]

 โตเต็มที่ยาวถึง 27 เมตรทีเดียวมีขนาดใหญ่เป็นที่สองรองจาก วาฬสีน้ำเงิน ลูกของวาฬชนิดนี้แรกเกิดยาว 6-6.5 เมตรค่ะ เราพบเพียงตัวเดียวเป็นซากกระดูกเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2538 ที่หมู่บ้านวิจิตราธานี กม.ที่ 36 จังหวัดฉะเชิงเทรา  ัััปัจุจบันก็ยังเก็บซากที่เป็นโครงกระดูกซึ่งบางส่วนกลายเป็นฟอสซิลแล้วประมาณ 22 เมตรเท่านั้น

วาฬบรูด้า [Bryde,s Whale] :  Blaenoptera edeni

[ANDERSON ,1878] พบครั้งแรกที่พม่าโดยชาวพม่าชื่อ Sittang เราเลยเรียกว่า วาฬซิทตังกันค่ะ ชอบกินลูกปลา , หมึก,และแพลงค์ตอน พบแทบทุกจังหวัดชายฝั่งทะเล                                                

 

ครอบครัว Physeteridae วาฬหัวทุยใหญ่

มีชนิดเดียวเท่านั้นเองค่ะคือวาฬหัวทุย คุณแม่วาฬหัวทุยจะใช้เวลาตั้งท้อง 16-17 เดือน คุณลูกจะอาศัยอยู่กับคุณแม่เป็นเวลา 13 เดือนจึงจะแยกออกหากินอิสระ ดำน้ำได้ลึกถึง 2,800-3,000 เมตรทีเดียว การแพร่กระจายในน่านน้ำไทยเท่าที่มีรายงานพบหลักฐานตัวอย่าง ที่ตายลอยมาเกยหาดต่างๆของชายฝั่งทะเลอันดามันเท่านั้นค่ะ

ครอบครัว Kogiidae วาฬหัวทุยหัวเล็ก

 

วาฬทุยหัวเล็ก [Phgmy sperm whale] : Kogia breviceps [de BLAINVILLE,1838]

 เราพบวาฬหัวทุยเพศผู้ยาว 2.52 เมตร ตายเกยหาดเชิงทะเลเมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2537 และวาฬหัวทุยเพศเมีย ยาว 2.76 เมตร ตายเกยตื้นหน้าหาดท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2538 ขณะเข้ามาเกยฝั่งซึ่งยังมีชีวิตอยู่และเสียชีวิตในเวลาต่อมาค่ะ

วาฬทุยหัวแคระ [Dwarf sperm whale] : Kogia simus [OWEN ,1866]

โตเต็มที่ยาวเพียง 2.7 เมตรค่ะ เราพบเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ตายเกยหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2530 เพศผู้ ขณะมาเกยตื้นยังมีชีวิตอยู่ แต่อ่อนแอมากไม่สามารถว่ายน้ำได้ค่ะ

  ครอบครัว Ziphiidae วาฬชนิดมีจงอยปาก [ Beaked whale]
วาฬฟันเขี้ยว [Ginkgo toothed whale] : Mesoplodon ginkgodens [NISHIWAKI and KAMIYA,1958]

 ประเภทนี่เราพบตอนที่บาดเจ็บมาเกยตื้นหาดป่าตอง เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2531 ยาว 2.08 เมตร คาดว่าเป็นคุณลูกค่ะ ซึ่งเมื่อเทียบกับขนาดโตเต็มที่ของวาฬชนิดนี้ความยาวถึง 5 เมตรค่ะ

ครอบครัว Delphinidae : ครอบครัวโลมาและวาฬ  
โลมาอิระวดี,หัวบาตร [Irawaddy dolphin] : Orcaella brevirostris [GRAY,1866] ตัวเค๊าจะมีสีน้ำเงินเทาด้านหลัง หัวกลมมนน่ารักค่ะ เราจะพบทั้งในน้ำทะเล น้ำกร่อย และขึ้นไปถึงน้ำจืด บริเวณแม่น้ำโขง จังหวัดอุบลราชธานี แม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน และในทะเลสาบสงขลาทางฝั่งอ่าวไทยค่ะ
โลมาเผือก,หลังโหนก [Indo-Pacific hump-backed dolphin] : Sousa chinensis [OSBECK,1765] ตัวเค๊าจะเล็กมีสีจางเหมือนเผือก ครีบหลังจะเป็นสันนูนสูง ชอบว่ายเที่ยวเล่นตามชายฝั่ง ตัวโตเต็มที่คุณพ่อจะยาว 3.2 เมตร คุณแม่ยาว 2.5 เมตร ส่วนคุณลูกแรกเกิดยาวเพียงประมาณ 1 เมตรค่ะ จากการสัมภาษณ์พบทั้งอ่าวไทยและทะเลอันดามันและจาก Anderson and Kinze [1995] เราพบครอบครัวตัวอย่างจำนวน 11 ตัว ซึ่งตายและถูกจับได้โดยเครื่องมือประมงในอ่าวไทยค่ะ

โลมาปากขวด [ Bottlenose dolphin] ; Tursiops aduncus [ EHERENBERG,1832 มีสีน้ำเงินเข้มอมเทา สีจางหรือบางครั้งอมชมพูด้านท้อง รูปร่างอวบน่ารักมาก เราจะพบบ่อยขณะที่ออกทะเลเพราะคุณเธอชอบว่ายน้ำแข่งกับเรือขณะที่เดินเรืออยู่ในทะเล

ตัวโตเต็มที่ ยาว 2.3-3.1 เมตร และ 1.9-2.3 เมตร ในไทยที่พบจะอยู่ในกลุ่ม T. aduncus [ Evens,1981] ลักษณะเด่นของเค๊าคือมีจุดสีเทาเข้มประปรายตามลำตัวด้านข้างและด้านท้อง

 

โลมาธรรมดา (ชนิดปากยาว) [common dolphin ] : Delphinus capensis [GRAT,1828]

เราเคยพบที่สมุยซึ่งมากันเป็นครอบครัวเมื่อปี พ.ศ. 2516ค่ะ

โลมาฟันห่าง [Rough-toothed dolphin] : Steno bredanensis [LESSEN,1828] ครอบครัวนี้จะอาศัยอยู่ในทะเลเปิด ไม่ค่อยได้พบตามชายฝั่งเท่าไหร่ ในน่านน้ำไทยพบตัวอย่างโลมาฟันห่างบาดเจ็บมาเกยตื้นบริเวณอ่างฉลอง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2536 และเสียชีวิตในที่สุด จากนั้นเราก็พบเพศผู้และเพศเมียติดอวนลอยโดยบังเอิญเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2538 บริเวณปากอ่าวพนัง อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เพศผู้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนเพศเมียได้รับดารอนุบาลจนแข็งแรงก็ถูกส่งกลับบ้านในโลกสีครามต่อไปค่ะ
โลมากระโดด [Spinner dolphin] : Stenella longirostris [GRAY, 1828] รูปร่างจะเพรียวปากค่อนข้างเล็กเรียว จึงดูคล้ายมีปากยาวกว่าโลมาในชนิดอื่น ลำตัวสีน้ำเงินเข้มด้านหลังมีแนวแบ่งสีจางข้างลำตัว แถบมีเข้มพาดจากตาจรอครีบข้าง เท่ห์ไม่หยอกเลย โดเต็มที่ยาว 2.1 เมตร ตั้งท้อง10 เดือนเมื่อขนาดถึงวัยผสมพันธ์ในความยาว 1.7 เมตร เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2536 มาเกยตื้นที่หาดป่าตอง อ่อนแอแต่เมื่อได้รับการปฐมพยาบาลพักฟื้นก็ปล่อยกลับลงทะเล แต่สักครู่ใหญ่ก็ว่ายกลับมาชายฝั่งอีก เป็นเช่นนี้หลายครั้งจนใกล้มืดจึงว่ายน้ำหายไปโดยปลอดภัยในที่สุดค่ะ
โลมาแถบ [Striped do;phon] : Stenella coeruleoalba [ MEYEN,1833] เธอมีลักษณะคล้ายโลมากระโดด แต้จะป้อมอ้วนกว่า สีสวยมากคือหลังสีน้ำเงินเข้มจางลงข้างลำตัว แถบสีเข้มจากตาตรงไปถึงโคนครีบข้าง แนวสีน้ำเงินเข้มและจางตัดกันเป็นลายแหลมข้างลำตัว เป็นลายรูปตัววีแถบสีเข้มเป็นแนวจากลูกตาไปตามข้างลำตัวและโค้งลงตรงบริเวณช่องก้น ด้านท้องขาว ลูกโลมาแถบแรกเกิดยาวประมาณ 1 เมตรและหย่านมตอนอายุประมาณ 18 เดือน โตเต็มที่ ยาว 2.7 เมตรแม่จะใช้เวลาตั้งท้องนาน 12 เดือน เราพบโลมาชนิดนี้ตอนเสียชีวิตเกยตื้นที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2535เพศผู้ ยาว 1.97 เมตร ได้นำตัวอย่างจำลองด้วยไฟเบอร์กล๊าส ส่วนซากเก็บรักษาไว้ที่สถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล จ.ภูเก็ตค่ะ
โลมาลายจุด [Spotted dolphin ] : Stenella attenuate [GRAY, 1846] เราพบทั้งหมด 3 ตัวอย่าง ที่จ.สงขลา, ภูเก็ต,และ กระบี่ค่ะ
วาฬหัวแตงโม Melonheaded whele] : Peponcephala electra [Gray , 1846] รูปร่างค่อนข้างใหญ่มีอปนิสัยหากินอยู่เฉพาะทะเลลึก ดังนั้นจะหาตัวเค๊ายากหน่อย เคยมีรายงานว่าพบเพียงตัวเดียวซึ่งเป็นซากสต๊าฟที่สถานีประมงทะเล จ.สงขลาค่ะ
วาฬนำร่องครีบสั้น [Shoetfined pilot whale] : Globicephala macrorhynchus [Gray,1846] เราพบเพียงครั้งเดียวเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2536 ไม่ทราบเพศ อยู่ในสภาพที่อ่อนแอ มาเกยตื้นที่หาดนราทัศน์ จ. นราธิวาส เจ้าหน้าที่ประมงจัวหวัดและชาวประมงในบริเวณนั้นได้ช่วยเหลือจนกลับสู่ทะเลได้ในที่สุด ขอบคุณค่ะที่ได้ช่วยอนุรักษ์ไว้ซึ่งได้เก็บเพียงภาพถ่ายเอาไว้เท่านั้นเองที่ประมงจังหวัดนราธิวาส

วาฬเพชรฆาต [killer whale] : Orcinus orca [LINNAEUS,1758] เราพบฝูงวาฬเพชรฆาตทางฝั่งทะเลอันดามัน 2 ครั้ง และในอ่าวไทย 1 ครั้ง ขณะที่ว่ายน้ำอยู่ไม่ห่างเรือนักท่องเที่ยวนักเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2536 บริเวณเกาะสิมิรัน จำนวนประมาณ 30 ตัว

วันที่ 19 กันยายน 2537 วาฬเพชรฆาตจำนวน 4 ตัว เพศผู้ 1เพศเมีย 3 บริเวณเกาะไม่ท่อน จ.ภูเก็ต และต้นปี 2538 พบวาฬเพชรฆาตว่ายน้ำอยู่บริเวณเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานีค่ะ

 

วาฬเพชรฆาตดำ [False Killer whale] : Pseudorca crassidens [OWEN,1846] หลักฐานตัวอย่างพบซึ่งสียชีวิต 3 ตัว เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2535 เป็นซากสตั๊ฟเพศผู้ ยาว 3.57 เมตร หนัก 520 กิโลกรัมที่ศูนพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพศเมียตายเกยตื้นที่แหลมงอบ จ.ตราด เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2537 เก็บซากสตั๊ฟที่ จ.ระยอง และเพศเมียยาว 3.46 เมตรตายเกยตื้นที่ อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานีเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2537
  ครอบครัว Pocoenidae : True popoise

ครอบครัวนี้มีโลมาหัวบาตรหลังเรียบ [Finless porpoise] : Neophocoena phocoenoides [CUVIER,1829] เท่านั้นเองค่ะ ลักษณะคล้ายกับโลมาหัวบาตรอิระวดีมาก พบเพียง 2 ตัวอย่างเป็นซากตายเกยตื้นที่จังหวัดตรัง เท่านั้นค่ะ
นอกจากนี้ยังมี เพื่อนปลาวาฬ และโลมาอีก 3 ตัวให้เราได้รู้จักอีก.........  

วาฬเพชรฆาตเล็ก [ Pygmy killer wheal] : Feresa attenuata

ซึ่งเธอมีความยาวเต็มที่ 2.6 เมตร

ปลาวาฬคูเวียร์  [Cuvier's beaked whale] : Zimpius carviostris

ปลาวาฬคูเวียร์ เธอจะมีขนาดที่ 7.5 เมตร

ปลาโลมา เฟรเซอร์ [ Fraser's dolphin]  : Lagenodelphins hosei

สัดส่วนเธออยู่ที่ 2.7 เมตร

   

 

 
ในอดีตกาลทีผ่านมามีการล่าจับโลมาและวาฬกันมากเพื่อใชับริโภคและแปรรูปเป็ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งโลกกำลังให้ความสำคัญและจัดให้เป็นสัตว์คุ้มครองโดยจัดเป็นสัตว์คุ่มครองตามบัญชี Appendix 1 และ 2 ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธ์ [ CITES ] เราจะช่วยดูแลและช่วยกันอนุรักษ์เพื่อให้ชัวิตที่น่ารักเหล่านี้ได้อยู่รวมกันเป็นครอบครัวที่อบอุ่นภายใต้โลกสีครามได้นานแค่ไหนนั้น ก็ขึ้นอยู่กับจิตสำนึกที่เราพึงจะมีต่อชีวิตที่รักความสงบเหล่านี้เท่านั้นเองค่ะ

ขอขอบคุณ.....โครงการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพะยูนสถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล  กรมประมง  กลุ่มสัตว์หายาก  จังหวัดภูเก็ต

 

 Copyright 2000 - 2005 marinewave95.com -  Allrights reserved

webmaster@marinewave95.com

web design by webmaster merinewave95.com