|
|
พะยูนเป็นสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนม
มีบ้านอาศัยอยู่ในทะเลเขตรอนและเขตกึ่งร้อน
ในเขตอินโต-แปซิฟิกแถบบ้านเรานี่เองมีชื่อเรียกต่าง ๆ เช่น
เงือก หมูน้ำ หมูดดุด ดุหยง
หรือดูกอง
ลำตัวและหางแฉกคลายกับโลมา
สีเทาอมน้ำตาล
มีติ่งนมอยู่ใต้ฐานครีบทั้งสองข้าง
พะยูนหายใจด้วยปอดครับ
จมูกมีลิ้นเปิด-ปิดอยู่บริเวณส่วนหน้าของหัว
ตาและหูมีขนาดเล็ก
เป็นสัตว์ทะเลสายตามองเห็นได้ไม่ไกล

| พะยูนอาศัยหญ้าทะเลในการดำรงชีพตามชายฝั่งทะเล
ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสารอาหารให้แก่ระบบนิเวศน์
และยังเป็นแหล่งเลี้ยงตัวอ่อนของสัตว์น้ำต่าง
ๆ ทั้ง ปลา กุ้ง หอย
จะหากินในบริเวณน้ำลึกประมาณ
3-4 เมตร (Anderson and Birties, 1978 : Marsh, 1979)
พะยูนเค้ามีอายุสูงที่สุดได้ถึง
70 ปีเชียวนะค่ะ
อายุก่อนวัยสมบูรณ์เพศจะอยู่ระหว่าง
9-10 ปี ในทั้งสองเพศ
ช่วงตกลูกของพะยูนแต่ละแม่ห่างกันประมาณ
3-7 ปี
จากการศึกษาในประเทศออสเตรเลียพบว่า
ถ้าเราทำให้สภาพต่าง ๆ
ในธรรมชาติเหมาะสมกับการดำรงอยู่ของพะยูน
อัตราการเพิ่มของประชากรพะยูนที่น่ารักนี้ไม่เกิน
ร้อยละ 5 ต่อปี (Nishiwaki and Marsh, 1985)
ตั้งท้องนานประมาณ 11-14
เดือน ตกลูกได้ครั้งละ 1
ตัวเท่านั้นค่ะ
ซึ่งจะเข้ามาคลอดลูกในแหล่งน้ำตื้น
ลูกพะยูนจะกินหญ้าทะเลได้ตังแต่แรกเกิดเลย
แล้วก็ใช้ชีวิตร่วมผูกพันกันอย่างแนบแน่นกับแม่นานถึง
18 เดือน
ซึ่งความสัมพันธ์อันใกล้ชิดนี้ก่อให้เกิดอันตรายทังแม่และลูกได้โดยการที่มีการลักลอบจับพะยูนที่เป็นสัตว์คุ้มครอง
ห้ามมีไว้ในครอบครอง
ห้ามล่า ห้ามฆ่า
ซึ่งประเทศไทยเราได้ออกประกาศมาตังแต่ปี
พ.ศ. 2504 แล้ว
โดยที่ชาวประมงจับลูกได้แล้วก็จะคอยจับแม่ซึ่งว่ายอยู่เคียงคู่
หรือในกรณีที่แม่พะยูนเสียชีวิต
หรือมีเหตุสุดวิสัยพลัดหลงกับลูก
ลูกพะยูนซึ่งขาดแม่ดูแลก็อาจว่ายมาติดเครื่องมือประมงของชาวประมงได้โดยง่ายค่ะ |
 |
| จากการสำรวจฝูงพะยูนปี
2536 พบว่า
มีจำนวนมากที่สุดเพียง
61 ตัวเท่านั้นเอง
และในปี 2537
ช่วงเวลาประมาณ 2 ปี 22
มี.ค. 2536-14 ธ.ค. 2537
มีพะยูนตายสูงถึง 16
ตัวทีเดียวค่ะ
ด้วยสาเหตุที่ว่า
พะยูนมีเนื้อนิ่มละเอียดคล้ายเนื้อแดงของหมู
ไขมันเอาไปทำยาแก้ปวดเมื่อย
และความเชื่อว่าน้ำตาพะยูนทำเป็นยาเสน่ห์ได้อีกด้วย...
.ถ้าเทียบกับการสูญเสียพะยูนด้วยสาเหตุเหล่านี้
ร้อยละ 5
ต่อปีก็ไม่อาจชดเชยจำนวนประชากรที่ตายได้
จึงทำให้พะยูนอยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญพันธ์ค่ะ |
|
| ในฝั่งอ่าวไทยพะยูนอาศัยอยู่ในน่านน้ำจังหวัดระยอง
ชุมพร สุราษฎร์ธานี
ส่วนฝั่งทะเลอันดามัน
มีพะยูนแพร่กระจายตังแต่
ระนอง ถึงสตูล
ที่คาดว่ามีพะยูนอาศัยอยู่มากก็ที่อ่าวพังงา
กระบี่ ตรัง ค่ะ
สิ่งหนึ่งที่อยากจะให้เราช่วยกันดูแลก็คือ
ไม่ทำประมงอวนลาก,
อวนลอย, หรือโป๊ะ...ในแหล่งที่อยู่หรือแหล่งหากินของพะยูน
และถ้ามีพะยูนมาติดเครื่องมือประมงต้องรีบปล่อยทนที
ไม่แน่ใจนะค่ะว่าในอนาคตคนรุ่งหลังจะรูจักและเคยเห็นพะยูนกันหรือเปล่า
ถ้าวันนี้เราไม่ช่วยกันดูแลอีกหนึ่งชีวิตในท้องทะเลนี้เอาไว้นะค่ะ |
|
|